หลังจากที่แฟรงค์ มาร์ติน ปิดตำนานในฝรั่งเศส เขาก็ย้ายมาอยู่ไมอามี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ รับจ็อบขับรถให้ครอบครัวรวยนั่นก็ดูจะสงบดี จนกระทั่งลูกชายของนายจ้างถูกลักพาตัว และแฟรงค์ก็ต้องกลับมาสวมบท 'ผู้ขนของ' อีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เขาต้องขนกลับมาคือเด็กน้อยคนสำคัญ และต้องจัดการกับแผนร้ายที่อาจคร่าชีวิตคนทั้งเมือง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
แฟรงค์ มาร์ติน (เจสัน สเตแธม) อดีตทหารรับจ้างผู้เคร่งครัดในกฎของตัวเอง ตอนนี้ทำงานเป็นคนขับรถส่วนตัวให้ครอบครัวบิลลิ่งส์ในไมอามี่ เขาต้องดูแลแจ็ค (ฮันเตอร์ แคลรี) เด็กชายวัย 6 ขวบที่ทำให้เขายอมละเมิดกฎข้อห้ามผูกพันกับลูกค้า วันหนึ่งแจ็คถูกลักพาตัวจากหน้าโรงเรียน แฟรงค์จึงต้องใช้ทักษะทั้งหมดเพื่อตามหาเด็ก พร้อมกับค้นพบว่าเบื้องหลังการลักพาตัวเป็นแผนการใหญ่ของแก๊งอาชญากรที่ต้องการปล่อยไวรัสร้ายผ่านระบบสาธารณสุขของเมือง แฟรงค์ต้องแข่งกับเวลาเพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติและช่วยชีวิตแจ็ค
งานการแสดงและตัวละคร
เจสัน สเตแธม คือหัวใจของหนัง เขาสวมบทบาทแฟรงค์ มาร์ตินได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเท่ เนี๊ยบ และดุเดือดในเวลาเดียวกัน ท่าทางการขับรถและฉากต่อสู้ของเขาดูเป็นธรรมชาติและสนุกตามสไตล์สเตแธม แอมเบอร์ วัลเล็ตตาในบทออเดรย์ แม่ของแจ็ค เล่นได้ดีในบทคุณแม่ที่กังวล แต่บทบาทเธอมีไม่มากพอ อเลสซานโดร กัสส์มานน์เป็นตัวร้ายที่ดูมีสไตล์แต่ขาดความน่ากลัว ขณะที่เคท นอทาในบทโลล่าตัวร้ายสาวสุดเซ็กซี่กลับขโมยซีนได้หลายฉาก อย่างไรก็ตามตัวละครอื่นๆ อย่างพ่อของเด็ก (แมทธิว โมดีน) ค่อนข้างจืดชืดและไม่น่าจดจำ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
หลุยส์ เลอแตรีเยร์ ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่เคยร่วมงานกับสเตแธมในเรื่องแรก กลับมาสร้างภาคต่อด้วยสไตล์ที่เร็วขึ้น มันส์ขึ้น ภาพการขับรถและการต่อสู้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างกระชับ ฉากแอ็คชั่นเด่นๆ เช่น การขับรถชนกันบนทางด่วน การใช้รถเป็นอาวุธ และฉากต่อสู้บนเครื่องบิน มีความสร้างสรรค์และตื่นเต้นเร้าใจ ดนตรีประกอบโดยอเล็กซานเดอร์ แอสเชอร์ ให้ความรู้สึกเร่งเร้าและเข้ากับจังหวะของหนังได้ดี แม้จะไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษก็ตาม
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ทรานสปอร์ตเตอร์ 2 เป็นหนังที่รู้ตัวเองดีว่าต้องการนำเสนออะไร: แอ็คชั่นแบบไม่คิดมาก ฉากบู๊ที่อลังการ และเจสัน สเตแธมในฟอร์มเทพ ภาคนี้เพิ่มความสนุกด้วยการใช้รถยนต์เป็นอาวุธอย่างชาญฉลาด เช่น ฉากที่แฟรงค์ใช้รถปราบปรามเหล่าร้ายในไนต์คลับ หรือการขับรถบนสองล้อเพื่อหนีระเบิด มันคือหนังที่ตั้งใจให้คนดูสนุกโดยไม่ต้องคิดเยอะ ถึงแม้เนื้อเรื่องจะบางเบาและมีช่องโหว่ตามสไตล์หนังแอ็คชั่นยุค 2000 แต่ก็สามารถกลบเกลื่อนด้วยความมันส์ที่จัดเต็มตลอด 88 นาที
สรุป
ทรานสปอร์ตเตอร์ 2 คือหนังแอ็คชั่นที่ไม่ต้องใช้สมองมาก แค่เปิดใจรับความมันส์ก็พอ เหมาะสำหรับแฟนเจสัน สเตแธมและคนที่ชอบหนังบู๊แนวรถยนต์ ถ้าคุณคาดหวังเนื้อเรื่องลึกซึ้งอาจผิดหวัง แต่ถ้าอยากดูหนังที่ยิงกัน ขับรถชน และหมัดเด็ดตลอดเรื่อง รับรองว่าไม่ผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากแอ็คชั่นที่สร้างสรรค์และมันส์ไม่หยุด
- +เจสัน สเตแธม ยังคงเท่และดุเดือดในบทแฟรงค์ มาร์ติน
- +บทดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่มีช่วงน่าเบื่อ
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องบางเบาและมีช่องโหว่
- −ตัวร้ายหลักขาดเสน่ห์และความน่ากลัว
- −บทของตัวละครสมทบไม่ได้รับการพัฒนา
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น เพราะเนื้อเรื่องแยกกัน แค่มีตัวเอกคนเดิม แต่แนะนำให้ดูภาคแรกเพื่อรู้จักตัวละครและกฎของแฟรงค์มากขึ้น
มีหลายฉาก เช่น การขับรถชนในไนต์คลับ การใช้รถกระบะดึงรถของศัตรู และการขับรถบนสองล้อเพื่อหนีระเบิด
ไม่เหมาะ เพราะหนังมีความรุนแรงแบบแอ็คชั่นทั้งต่อสู้และยิงปืน เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังบู๊มันส์ๆ
มีทั้งหมด 3 ภาคหลัก กับภาคแยกและซีรีส์อีกเล็กน้อย ภาค 2 เป็นภาคต่อโดยตรงจากภาคแรก