หลังจากที่กีเยร์โม เดล โตโร สร้างตำนานเฮลล์บอยไว้อย่างยิ่งใหญ่ การกลับมาของบุรุษปีศาจในปี 2019 ภายใต้การกำกับของนีล มาร์แชลล์ จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เฮลล์บอย (Hellboy 2019) เลือกเดินเส้นทางดิบ เถื่อน และโหดเหี้ยมในแบบ R-rated แต่จะสามารถครองใจแฟน ๆ ได้หรือไม่? เราไปหาคำตอบพร้อมกันในรีวิวนี้
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เฮลล์บอย (David Harbour) ยังคงทำงานให้กับหน่วย B.P.R.D. เพื่อล่าสิ่งเหนือธรรมชาติ ภารกิจล่าสุดพาเขาไปปราบยักษ์ที่อาละวาดในลอนดอน แต่กลับปลุกคาถาโบราณที่ทำให้ราชินีเลือด นีเมีย (Milla Jovovich) ฟื้นคืนชีพขึ้นมา นีเมียต้องการแก้แค้นมนุษย์ที่กักขังเธอไว้ และวางแผนจะปล่อยกองทัพปีศาจมาสู่โลก เฮลล์บอยต้องร่วมมือกับอลิซ (Sasha Lane) ผู้มีพลังสื่อสารกับวิญญาณ และเบน ไดมิโอ (Daniel Dae Kim) นักล่ามนุษย์หมาป่า เพื่อหยุดยั้งราชินีเลือดและไขปริศนาชะตากรรมของตัวเอง
งานการแสดงและตัวละคร
David Harbour ถ่ายทอดเฮลล์บอยในแบบที่ดิบและหยาบกว่าเดิม มีอารมณ์ขันแบบเสียดสี แต่ขาดเสน่ห์และความลุ่มลึกที่รอน เพิร์ลแมนเคยทำไว้ Milla Jovovich รับบทนีเมียได้น่ากลัวสมบทบาท แต่บทที่ให้มานั้นบางเฉียบจนแทบไม่มีมิติ Ian McShane ในบทบรูทเทนโฮล์มเป็นพ่อบุญธรรมที่ดูแข็งกร้าวและไม่ค่อยอบอุ่น Sasha Lane และ Daniel Dae Kim ทำหน้าที่ได้ดีในบทสมทบ แต่ตัวละครถูกพัฒนามาอย่างผิวเผิน ทำให้คนดูไม่ผูกพัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
นีล มาร์แชลล์ (ผู้กำกับ The Descent) นำเสนอแอ็กชันที่รุนแรงและเลือดสาดกระจายสมกับเป็น R-rated ภาพ CGI ของสัตว์ประหลาดและเอฟเฟกต์เลือดทำได้ดีในบางฉาก แต่บางทีก็ดูลวงตา งานออกแบบโปรดักชันยังคงสวยงามและสอดคล้องกับโลกแฟนตาซีสีเข้ม ดนตรีประกอบโดยเบนจามิน วอลฟิชค์ ช่วยเสริมบรรยากาศสยองขวัญได้ดี แต่ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ปัญหาหลักของเฮลล์บอย 2019 คือบทภาพยนตร์ที่พยายามยัดเยียดเนื้อหาจากคอมมิคหลายเล่มลงในหนังเรื่องเดียว ทำให้เนื้อเรื่องกระโดดไปมาและไม่สอดคล้องกัน ขาดการพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้ง แม้หนังจะพยายามโชว์ความโหดและแอ็กชันมันส์ ๆ แต่กลับลืมสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดู สิ่งที่เดล โตโรทำได้ดีคือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเฮลล์บอยกับพ่อและเพื่อนร่วมทีม แต่ภาคนี้กลับมองข้ามจุดนั้นไป แฟนพันธุ์แท้อาจผิดหวัง ขณะที่คนดูทั่วไปอาจสนุกกับฉากบู๊แบบไม่ต้องคิดมาก
สรุป
เฮลล์บอย 2019 เป็นหนังแอ็กชันแฟนตาซีที่เลือดสาดและมันส์ในบางช่วง แต่ไม่สามารถทำได้ดีเท่าภาคก่อนในแง่ของบทและอารมณ์ร่วม หากคุณเป็นแฟนตัวยงของเฮลล์บอยอาจผิดหวัง แต่ถ้าอยากดูหนังบู๊โหด ๆ ไม่ต้องคิดมาก ก็พอรับชมได้
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เรต R ที่โหดเหี้ยมสมจริง
- +การแสดงของ David Harbour ที่มีพลัง
- +งานสร้างและ CGI ที่น่าพอใจในหลายฉาก
👎 จุดด้อย
- −บทหนังยัดเยียดเนื้อหาจนไม่ปะติดปะต่อ
- −ตัวละครขาดมิติและการพัฒนา
- −เทียบชั้นเวอร์ชันเดล โตโรไม่ได้
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่เกี่ยวข้อง เป็นการรีบูตแยกต่างหาก ไม่มีตัวละครหรือเนื้อเรื่องต่อจากสองภาคแรกของกีเยร์โม เดล โตโร
ฉายในโรงภาพยนตร์ไทยเมื่อปี 2019 แต่ปัจจุบันสามารถหาชมได้ทางสตรีมมิงบางแพลตฟอร์ม
ไม่เหมาะ เพราะเรต R มีฉากความรุนแรง ภาษาไม่สุภาพ และเลือดสาดจำนวนมาก
ไม่มีฉากหลังเครดิตในหนังเรื่องนี้